You are currently viewing นั่งสมาธิแล้วจิตฟุ้งซ่าน อยากสงบแก้ไขได้

นั่งสมาธิแล้วจิตฟุ้งซ่าน อยากสงบแก้ไขได้

  • Post author:
  • Post category:Blog

การนั่งสมาธินั้นเป็นการตรวจดูจิตและเจริญภาวนา ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจึงจะนั่งสมาธิได้เท่านั้น แต่ผู้ที่นับถือศาสนาใดๆก็ตามสามารถใช้การนั่งทำสมาธินี้เพื่อให้เกิดประโยชน์หลายอย่างในชีวิตได้ การที่เรามีการนั่งสมาธิหรือทำสมาธิอยู่เป็นประจำนี้จะทำให้จิตใจของเราสงบมีสติในการทำสิ่งต่างๆ และได้รับการยืนยันว่าสามารถทำให้เรามีความใจเย็นและมีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผลเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระบบการทำงานของสมองถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ นอกจากจะได้ความสุขสงบทางด้านจิตใจแล้วยังส่งผลดีต่อเรื่องงานและการใช้ชีวิตอีกด้วย สำหรับคนที่ นั่งสมาธิแล้วจิตฟุ้งซ่าน ไม่สงบ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแก้ให้คุณกัน

นั่งสมาธิแล้วจิตฟุ้งซ่าน แก้ไขได้อย่างไร

การนั่งสมาธินั้นเป็นการนั่งเพื่อให้จิตใจสงบและได้พักผ่อนความคิดจากเรื่องราวต่างๆที่เราได้เผชิญมาทั้งวัน แต่สำหรับคนที่ไม่เคยฝึกสมาธิมาก่อนหรือแม้จะฝึกนั่งสมาธิมาสักพักนึงแล้ว ก็ยังคงมีปัญหาเหล่านี้อยู่นั่นคือเรื่องของจิตใจที่ฟุ้งซ่านไม่สงบ ในช่วงแรกเราอาจใช้วิธีการเปิดเพลงหรือเปิดบทเทศน์ฟังในขณะที่เรานั่งสมาธิหลับตาได้พยายามใช้หูฟังแล้วใช้จิตนึกตามสิ่งที่ได้ฟังนั้นพยายามไม่คิดถึงเรื่องอื่นๆ เมื่อเริ่มทำได้ดีมากขึ้นแล้วก็ลองฝึกนั่งโดยที่ไม่เปิดบทสวดมนต์หรือเปิดเสียงใดๆและให้จิตได้อยู่กับตัวเอง เริ่มจากการจับจุดที่ลมหายใจและนึกรู้ถึงสัมผัสต่างๆที่เรารู้สึกจริงตามผิวกายในขณะนั้น การเคลื่อนไหวของสายลมที่มาปะทะใบหน้า การไหลเวียนของเลือดภายในร่างกาย ค่อยๆใช้จิตจับจุดไล่ไปตามความรู้สึกในส่วนต่างๆของร่างกาย

หากสงบขึ้นแล้วแต่เผลอคิดฟุ้งซ่านทำอย่างไรดี

ในการนั่งสมาธินั้นไม่มีทางที่เราจะห้ามจิตไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นได้ง่ายๆ เมื่อเราเริ่มมีการฝึกฝนด้วยวิธีการทางข้างต้นได้ดีมากขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่จิตของเราจะวกกลับไปคิดถึงเรื่องที่เรากังวลอยู่ ก็ขอให้เอาจิตไปรับรู้ถึงสิ่งที่เราคิดถึงนั้นแต่ไม่ต้องเอาใจไปใส่ นัยยะความหมายถึงเราใช้จิตพิจารณาเรื่องที่เรานึกถึงนั้นแล้วพิจารณาว่าเหตุใดเราจึงนึกถึงเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นปัญหากับเราอย่างไร เมื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้วก็ให้บอกกับตัวเองว่าต่อเป็นเช่นนี้นี่เอง แล้วดึงจิตกลับมาอยู่กับลมหายใจและความรู้สึกของร่างกายตามปกติ หากเผลอจิตฟุ้งซ่านคิดถึงเรื่องอื่นอีกก็ให้เอาจิตไปดูรับรู้และกลับมาอยู่ที่จุดจุดเดิม การเผลอคิดเรื่องอื่นนั้นไม่ผิดแต่เราต้องมีสติและตามทันจิตของเราไม่ให้ฟุ้งซ่านเตลิดไปไกลนั่นเอง