You are currently viewing พื้นฐานสติในระดับสากล การนั่งสมาธิ

พื้นฐานสติในระดับสากล การนั่งสมาธิ

  • Post author:
  • Post category:Blog

สำหรับการนั่งสมาธิหรือการเจริญภาวนานั้น บางคนอาจคิดว่าต้องเป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้หรือจึงจะรู้จักกับสิ่งนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการนั่งสมาธินั้นแม้ไม่ใช่คนที่นับถือศาสนาพุทธก็สามารถนั่งได้เรียกว่าเป็น พื้นฐานสติในระดับสากล เลยทีเดียว ปัจจุบันมีการสนับสนุนการนั่งสมาธิเกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ทำให้จิตใจได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ในทางกายภาพแล้วนั้นการนอนหลับเป็นการพักผ่อนทางกาย แต่ในบางครั้งหากจิตใจเราว้าวุ่นไม่สงบมีเรื่องให้ต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ก็ส่งผลให้เรานอนหลับไม่สนิท ดังหลักจิตวิทยาที่ว่า ใจส่งผลต่อกาย กายส่งผลต่อใจ นั่นคือเมื่อร่างกายไม่สบายจิตใจเราก็รู้สึกไม่สบายตาม และเมื่อจิตใจเราเคร่งเครียดไม่มีความสุขร่างกายเราก็รับรู้และส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะกินอาหารน้อยลง หรือนอนหลับได้ไม่สนิท เป็นต้น ดังนั้นการทำสมาธิจึงเป็นการปรับสมดุลย์ของทั้งร่างกายและจิตใจให้มีความสงบมากขึ้น

พื้นฐานสติในระดับสากล การค้นพบของพระพุทธเจ้า

เหตุที่บอกว่าการค้นพบของพระพุทธเจ้านั้นเป็นในระดับสากล เนื่องจากทุกคนไม่ว่าเกิดมาจะมีชาติเชื้ออะไร อยู่ที่บริเวณไหนบนโลกใบนี้ แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ การที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ค้นพบอริยสัจสี่ นั่นคือแก่นแท้ของความจริงที่เกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ สิ่งที่พระองค์ทรงค้นพบไม่ใช่สิ่งที่เหนือจินตนาการหรือไม่สามารถพิสูจน์ขึ้นได้ ไม่ใช่สิ่งที่พระองค์ทรงคิดขึ้นเองแต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นโดยพระองค์ทรงอธิบายให้พวกเราเห็นเป็นรูปธรรมนั่นเอง เช่นเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่เป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้น เรื่องความรู้สึกทางกายและทางใจก็เช่นกัน การที่เราเอามือไปสัมผัสน้ำร้อนเราก็ว่าร้อน เอามือไปสัมผัสน้ำแข็งเราก็ว่าเย็น เรื่องของจิตใจนั้นก็เช่นกันเป็นสิ่งที่ตัวเราเองสามารถรู้สึกได้

มีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน

ในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลทำให้สามารถตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่เรานั่งสมาธิได้ จากการตรวจจับคลื่นสมองโดย ตัวอย่างการวิจัยจากสถาบันแห่งหนึ่งในอเมริกา บอกว่าผู้ที่นั่งสมาธิขั้นลึกในระยะเวลา 1 ชั่วโมงเท่ากับคนที่นอนหลับ 6 ชั่วโมง ในบางครั้งเมื่อจิตอยู่ในสมาธิ จะไม่รับรู้ถึงความสัมผัสทางประสาทภายนอกเลย ไม่มีการเคลื่อนไหวภายนอกแต่ในการเคลื่อนไหวเพียงภายในจิตใจเสมือนปลาที่ว่าอยู่ใต้ผิวน้ำที่นิ่งสงบ แต่การทำสมาธิแบบนี้จะได้ในเรื่องของการพักผ่อนจิตใจเท่านั้นในการทำสมาธิในระดับที่สูงขึ้นมาจะเรียกว่าการภาวนาวิปัสสนา การทำสมาธิแบบนี้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในท่านั่งสมาธิเสมอไป สามารถทำได้ในทุกการกระทำของการใช้ชีวิต หลักสำคัญคือความตระหนักรู้หรือความมีสตินั่นเอง คือคุณรู้ตัวว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และอยู่กับสิ่งนั้นไม่ยินดีไม่ยินร้ายไม่คาดหวังแค่เอาใจไปรับรู้ตามความเป็นจริงไม่ใช่ความนึกคิด เมื่อคุณเอาใจอยู่กับความเป็นจริงและอยู่กับปัจจุบันขณะ จะทำให้คุณไม่ยึดติดอยู่กับความคิดใดใด และคุณจึงเกิดปัญญาขึ้นมาเพราะทุกอย่างบนโลกเป็นไปตามความเป็นจริงนั่นเอง