You are currently viewing สมาธิสั้น เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสี่ยง

สมาธิสั้น เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสี่ยง

  • Post author:
  • Post category:Blog

ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบัน เด็กส่วนใหญ่มีการดูแลน้อยลงกว่าเมื่อก่อน หลักๆเลยก็มาจากเทคโนโลยีด้วย ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์พวกนี้ก็จะเป็นที่ทำให้เด็กหลายคนนั้นมีโอกาสเสี่ยงมากที่จะเกิด สมาธิสั้น เพราะว่าเทคโนโลยีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พวกนี้ ก็จะมีการสร้างความบันเทิง ที่มาพร้อมกับแสง สี เสียง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้ประสาทมีการกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา เลยทำให้เด็กหลายคนนั้น ไม่ค่อยรอเวลา ในปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายมาก สะดวกและรวดเร็วทันใจ เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหลายคนนั้นควบคุมสมาธิไม่ได้ การเล่นโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ส่วนใหญ่เลยเด็กมักจะจดจ่ออยู่ที่หน้าจอ เลยทำให้เด็กหลายคนนั้นมีพฤติกรรมที่ทำงานช้า เคลื่อนไหวช้า ทำงานน้อยกว่าเดิม

สมาธิสั้น

การรักษาที่แพทย์แนะนำมานั้นก็จะมีการประเมินหลังจากการตรวจเช็คอาการของเด็กแล้ว เพราะว่าแต่ละคนนั้นมีระดับการป่วยที่ไม่เท่ากัน จึงทำให้ค่อยๆประเมินไปอย่างช้าๆ เริ่มจากการที่ผู้ปกครองจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กเมื่อกลับมาจากที่โรงเรียน ส่วนใหญ่เด็กก็จะมีการเล่นโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เด็กหันมาพูดคุยกับเรามากยิ่งขึ้น ให้มีสมาธิกับการพูดคุยกับคนอื่น และเมื่อเด็กทำอะไรสำเร็จเราต้องให้คำชมแก่เด็กด้วย ถ้ามีอาการถึงขั้นร้ายแรงก็อาจจะต้องใช้ยาในการรับประทานเพิ่มสมาธิมากขึ้น จะทำให้การรักษานั้นเห็นผลมากที่สุด โดยปัจจุบันก็จะมีฤทธิ์ยาที่ทำให้มีการกระตุ้นของประสาท เพื่อที่จะทำให้สมองนั้นเกิดการกระตุ้นอยู่ตลอดเวลาและสามารถสื่อสารกับสมองมากยิ่งขึ้น

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสี่ยง 

อย่างแรกเลยก็คือตามอายุเมื่อเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ผู้ปกครองนั้นควรไม่แนะนำในการดูโทรทัศน์หรือดูโทรศัพท์มือถือ และถ้าเด็กมีอายุมากกว่านั้นหรือพฤติกรรมแต่ละวันนั้นมีการใช้เครื่องมือสื่อสารเทคโนโลยี สร้างความบันเทิงผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์ คุณก็อาจจำกัดเวลาในการเล่น ในแต่ละวันให้เหมาะสม และการสื่อสารในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าเทคโนโลยีนั้นเข้ามาในชีวิตรวดเร็วมาก หลายคนก็อาจจะใช้โทรศัพท์มือถือในการสื่อสารเราควรเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการพูดคุยกันเลยหรือควบคู่กับการดูไปร่วมกับลูกเลย พ่อแม่หลายคนอาจจะต้องมีเวลาให้กับลูกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่ใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อาจจะเป็นกิจกรรมนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เล่นกลางแจ้ง เป็นต้น

อาการของเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดสมาธิสั้น

แน่นอนเด็กที่มีสมาธิสั้นนั้นก็จะมีการขยับตัวอยู่ตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง ยุกยิก พฤติกรรมร่างกายก็จะทำไปเรื่อยไม่หยุด ต้องขยับตัวอยู่ตลอดเวลาในการพูดคุยกับเราก็ตาม หรือการทำกิจกรรมอื่น ยกตัวอย่างเช่น เด็กกำลังทำกิจกรรมที่มือ โดยการใช้มือในการทำกิจกรรม แต่อาจจะมีอาการขยับแข้งขยับขา ก็ถือว่าเข้าข่ายอาการที่จะมีความเสี่ยง ก่อให้เกิดสมาธิสั้นในอนาคต แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ พูดเร็ว พูดไม่หยุด พูดอยู่ตลอดเวลา และพฤติกรรมของเด็กที่จะก่อให้เกิดสมาธิสั้นความเสี่ยงนั้นก็จะมีการรอคอยไม่ได้ไม่ต้องการรอเวลานาน อยากได้อะไรคือก็อยากได้เลย